วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

DUCATI ทุกรุ่น

       ที่มา https://sites.google.com/a/sw-phayao.ac.th/ducatimaster/ คนทำคนเดียวกันนะคัฟ

          

               Ducati Diavel Strada

                        

DUCATI Diavel Strada
เครื่องยนต์ 4 จังหวะ L-Twin 2 ลูกสูบ ระบบวาล์ว Desmodromic ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ขนาดความจุ 1,194 ซีซี.
ความกว้างกระบอกสูบxช่วงชัก 106 x 67.9 มม.
กำลังอัดเครื่องยนต์ 11.5 : 1
กำลังสูงสุด 162 แรงม้า ที่ 9,500 รอบ / นาที
แรงบิดสูงสุด 127.5 นิวตัน – เมตร ที่ 8,000 รอบ/นาที
ชุดเกียร์ แบบธรรมดา 6 สปีด
ถังน้ำมันเชื้อเพลิง 17 ลิตร

ระบบกันสะเทือน
– หน้า โช๊คอัพเทเลสโคบิคชนิดหัวกลับ ขนาด 50 มม.
– หลัง โช๊คอัพเดี่ยว วางแบบแนวนอนเกือบขนานกับพื้นถนน
ระบบเบรค
 หน้า ดิสค์เบรคคู่ จานเบรคขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ brembo  4 ลูกสูบ
 หลัง คาลิเปอร์เป็นเรเดียลเมาท์แบบโมโนบล็อก

ด้วยรูปทรงและตัวรถแบบธรรมดาๆแต่มาด้วยเเรงม้ามากถึง 165 ตัว สำหรับ DUCATI ผลิตแต่เครื่องยนต์แบบ L-twin เท่านั้น ระบบวาล์ว DESMODROMIC ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมอัตราเร่ง และแรงม้าให้ออกมาได้มากกว่าเดิม  การทำงานของวาล์วที่ทำงานได้อย่างแม่นยำมากขึ้นและเครื่องยนต์ใช้เฟืองทำหน้าที่ยกขยับในการปิด/เปิดวาล์วแทน เป็นเทคโนโลยีที่มีในค่าย Ducati เท่านั้น

รูปทรงออกแบบตามหลักพลศาสตร์ มีแผ่นกระจกใสด้านรถสำหรับบังลม เบาะนั่งยาวทรงสปอร์ตให้อารมณ์หรูหรา ขนาดความสูงของเบาะ 770 มม. ระยะห่างฐานล้อ 1,590 มม.  มีพนักพิงสำหรับผู้โดยสาร วงล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขนาดยางหน้า 120/70 ZR 17 นิ้ว ยางหลัง 240/45 ZR 17 นิ้ว

                Ducati Diavel


บิ๊กไบค์คันนี้มาในแนว Sport Cruiser ดีไซน์แบบ Naked ที่กำลังนิยม เอกลักษณ์รุ่นนี้ถือว่าโดดเด่นพอสมควร ด้วยล้อหลังโต ล้อหน้าเล็ก เส้นสายของการวางแนวท่อและเครื่องที่โชว์ความเป็น Naked จัดวางได้อย่างลงตัวทำให้ดูมีมิติ น่าเกรงขาม รูปทรงนั้นคงไม่ต้องพูดถึงดูคาติทุกรุ่นทำออกมาได้ดีเสมอ และไม่พลาดที่จะทำให้โดดเด่นกว่าใครอีกด้วย รูปลักษณ์ภายนอกที่ดีไซน์มาแบบเปลี่ยนโฉมในรุ่น ที่เห็นชัดคือ ไฟหน้าแบบกลม และ ไฟท้าย LED เรียงเส้น และไฟเลี้ยว LED แม้ว่ามองเผินๆจะคล้ายๆ กับ Ducati Monster 1200 แต่ดูๆแล้วโดดเด่นกว่าหลายขุม

                                                   

จากที่มีการเปิดตัวไปแล้วในงาน Geneva Moter Show นั้นก็ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นและหนาแน่นจากสาวกพันธุ์แท้ของดูคาติพอสมควร ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีกระแสทั้งด้านบวกและด้านลบเพราะหลายคนมองว่ามันไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านักหรือ แม้แต่ยังคงเค้าเดิมของ Monster 1200 แต่หลายๆคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ค่ายนี้กลับบอกว่า ducati diavel มันคือสุดยอดรถแห่งปีจริงๆ





สมรรถนะ ความปลอดภัย
สมรรถนะเครื่องยนต์ที่จัดจ้านในแบบใหม่ล่าสุดจากค่ายดูคาติ สองหัวเทียนภายใต้ชื่อ Teatastretta 11 DS     ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นเดียวกับ Monster 1200 นั่นเอง ที่เป็นแบบสองหัวเทียนต่อหนึ่งลูกสูบ  และ ยังมาพร้อมกับลูกสูบตัวใหม่ที่มีกำลังอัดมากกว่าเดิม 12.5 : 1 และปรับปรุงไอดีไอเสียใหม่หมด พร้อมด้วย cam timing ที่จะทำให้บิดได้แรงแม้รอบต่ำ ซึ่งทางค่ายนั้นบอกไว้ว่าแรงบิดนั้นเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 96.2 ปอนด์ฟุต แรงม้าของ ปีศาจทางเรียบคันนี้อยู่ที่ 162 แรงม้าที่ 9250 รอบต่อนาที ซึ่งเรียกว่าขึ้นได้เร็วมากกว่าเดิมนั่นเอง ท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ที่รีดพลังแรงได้หมดจดทุกแรงม้าที่จะพาคุณพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้แบบไม่ต้องกลัวตามหลังใคร และน้ำหนักรถรุ่นนี้ยังเบากว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 11 ปอนด์ จึงการันตีได้ว่าเบาและแรงส์จริง
จุดเด่นอี่นๆคงไม่พ้นเรื่องของระบบกันสะเทือนและความปลอดภัยที่บอกได้ว่าจัดมากันเต็มๆ เหมือนเคย        ตามมาตรฐานของค่ายนี้ ที่มีทั้งโช๊คอัพด้านหน้าใช้เป็นเทเลสโคปิคแบบหัวกลับจาก MARZOCCHI ด้านหลังเป็นโช๊คเดี่ยววางนอนของ  SACHS ที่ปรับตั้งค่าได้ ระบบเบรกหน้าที่เป็นจานแบบยกคู่ขนาด 320mm คาลิเปอร์เป็นแบบ 4 ลูกสูบ BREMBO Monobloc เรเดียลเมาท์ พร้อม ABS ส่วนระบบเบรกด้านหลังเป็นแบบ จานเบรคแบบตายตัวขนาด 265 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ และระบบ ABS และ สะดุดตาด้วยล้ออัลลอยด์ด้านหน้าขนาด 3.50 x 17 นิ้ว กับยาง 120/70 ZR 17 ล้อหลัง 8.00 x 17 นิ้ว กับยาง 240/45 ZR 17

            Ducati Hypermotard



Ducati Hypermotard สุดยอดรถสไตล์วิบาก ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่รักการผจญภัยและชอบในความท้าทาย การออกแบบ
เป็นเอกลักษณ์ทั้งความแรงและประสิทธิภาพ ด้วยเครื่องยนต์ Testastretta ขนาด 821 cc. L-Twin ระบายความร้อนด้วยน้ำ 
ให้พละกำลัง 110 แรงม้า และมั่นใจด้วยระบบเบรค ABS
นอกจากรูปทรง และการออกแบบที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว Ducati Hypermotard ยังเต็มไปด้วยประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ใส่มาอย่างเต็มพิกัด อาทิ ระบบป้องกันล้อหมุดฟรี Ducati Tracktion Control ระบบเบรค ABS Riding Modes (Sport,Touring,Urban)


หน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอล LCD Dot-Matrix บอกค่าความเร็ว อัตรารอบ ระยะทาง ทริป 1,2 อุณหภูมิเครื่องยนต์ เวลา 
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ความเร็วเฉลี่ย พร้อมแสดงโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับให้เข้ากับสภาพถนนทั้ง 3 โหมดได้แก่Sport , Touring , Urban


เฟรมถักสีแดงเสริมความแก่งให้กับโครงรถแบบ Tubular steel Trellis frame 
เอกลักษณ์เบบ Ducati พร้อมเครื่องยนต์ Testastretta 11 L-Twin 4 วาล์วต่อสูบ 821.1 cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ 110 แรงม้า ที่ 9,250 รอง/นาที
ด้านหน้าออกแบบไฟส่องสว่างแบบ LED มองเห็นชัดเจนในความมืด พร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED




ด้านหน้าออกแบบไฟส่องสว่างแบบ LED มองเห็นชัดเจนในความมืด พร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED

              Ducati Monster


Ducati Monster  ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร การออกแบบที่มีสไตล์เฉพาะและมาพร้อมกับขุมกำลัง    
ที่จะทำให้การขับขี่ของคุณเร้าใจยิ่งขึ้น นี่คือบิ๊กไบค์ที่หลายๆคนชื่นชอบจากการออกแบบที่แสดงถึงความเป็น Monster 
โดยแท้จริง Ducati Monster 796 มาพร้อมเครื่องยนต์ 803 cc. 2 สูบ 4 จังหวะ 87 แรงม้า และระบบเบรค ABS เป็นบิ๊กไบค์สไตล์ Naked ออกแบบด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของ Ducati คงความเป็น Monster ไว้อย่างครบถ้วนจนครองใจสาวกได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ใช่แค่เพียงรูปลักษณ์แต่ยังรวมไปถึงงานประกอบ อุปกรณ์ตกแต่งที่รวมเอาความเป็น Monster ไว้
จนไม่ว่าใครที่ได้เห็นต่างก็ต้องเหลียวมองในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ลงตัว


มาพร้อมกับเครื่องขนาด 803 cc. 2 สูบ 4 จังหวะ 87 แรงม้า ระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบเกียร์ 6 สปีด น้ำหนักเพียงแค่ 169 กิโลกรัม มั่นใจด้วยระบบเบรค ABS


              

               Multistrada 1200

                            

มีเทคโนโลยีใหม่แบบ Full Option เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งานสูงสุด โดยยังคงคอนเซ็ปต์รถ 4 Bikes in One ด้วยเทคโนโลยี 4 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Sport, Touring, Urban และ Enduro เครื่องยนต์ใหม่ Ducati Testastretta 11 DVT ให้สมรรถนะที่ดีที่สุดทั้งในรอบต่ำ กลาง และสูง ให้พลัง 160 แรงมาที่ 9500 รอบ/นาที แรงบิด 136  นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ผ่านเกณฑ์ค่าไอเสีย Euro 4 ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ที่ 115 กรัม/กม.



ความโดดเด่น


  -เบาะนั่งปรับระดับความสูงได้ 825 - 845 มม.
 - คันเร่งไฟฟ้า Ride-by-Wire
 - ระบบ Cruise Control
- ระบบ Ducati Wheelie Control ช่วยกันการลอยตัวของล้อหน้า
- ระบบ Ducati Safety Pack (Cornering ABS+DTC) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่สูงสุด
แม้ในทางโค้ง


- ระบบช่วงล่างหน้า-หลังอัจฉริยะที่ปรับสภาพอัตโนมัติตามสภาพถนน Ducati Skyhook Suspension EVO
- ระบบ Cornering Light เพิ่มวิสัยทัศน์การมองในภาวะแสงน้อย โดยทำงานอัตโนมัติ
เมื่อรถกำลังเข้าโค้ง                                                                                                          - ระบบความสว่าง Full LED ครอบคลุมถึง Head Lamp
- Bluetooth for Smart Phone เชื่อมต่อโทรศัพท์ที่แสดงผลบนแผงหน้าปัด สามารถรับ-วางเมื่อมีสายเข้า รับข้อความ เล่นเพลง ส่งข้อมูลการขับขี่ทั้งการวัดองศาในการเข้าโค้งจากพื้น และระดับความสูงของยอดเขาที่เดินทางไปถึง ส่งไปยัง application บนโทรศัพท์ได้อีกด้วย


      Multistrada 1200 pikes peak

                            

การออกแบบภายนอกของ ดูคาติ มัลติสตราด้า 1200 เอส ไพคส์ พีค ดูสปอร์ตขึ้น ความเฉียบคมจะหายไป แต่จะมีความพริ้วไหวเข้ามาผสมผสานแทน เป็นบิ๊กไบค์ที่ดูสปอร์ตขึ้น แต่ไฟหน้าก็ใช้แบบดูออลเหมือนเดิม กระจกมองข้างและครอบแฮนด์บาณ์อยู่ใกล้กัน ไฟเลี้ยวหน้าติดตั้งมาหลังที่ครอบแฮนด์ กระจกกั้นลมมีขนาดกระทัดรัดน่าสนใจมากๆ มาตราวัดความเร็วค่อนข้างทันสมัย โมเดิร์น ดีไซน์สปอร์ตหน้าจอใหญ่ อ่านข้อมูลได้ง่าย ตัวถังมีขนาดกระทัดรัด ดีไซน์สปอร์ตสวยงาม เบาะนั่งออกแบบมาได้อย่างโค้งมนลงตัว พร้อมรองรับได้สองที่นั่ง



ไฟท้ายดีไซน์สวยงามเหนือชั้น ท่อไอเสียใช้แบบสั้น และแบบซิงเกิ้ล ทรงสปอร์ต ไม่ต้องไปแต่งเพิ่มก็เท่าสุดๆ วงล้อดีไซน์ใหม่ ใช้แบบสามก้านดีไซน์พิเสษสวยงาม ภาพรวมภายนอก Ducati Multistrada 1200S Pikes Peak ถือว่าดีมากๆ สวยคมสุดๆ มิติภายนอก มาพร้อมน้ำหนักรถแบบ 194kg (428lb) เมื่อเติมน้ำมันแล้วอยู่ที่ 222kg (489lb) เบาะนั่งออกแบบมาให้มีความสูงที่ 850mm (33.5in) ระยะฐานล้อของบิ๊กไบค์รุ่นนี้อยู่ที่ 1,530mm (60.2in) มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้สามารถจุน้ำมันได้ถึง 20l – 5.3 gallon (US)



เครื่องยนต์ของ Ducati Multistrada 1200S Pikes Peak ใช้แบบ Testastretta 11ดีกรี แอลทวิน 4 Desmodromically actuated valves per cylinder ระบายความร้อนด้วยของเหลว มีปริมาตรกระบอกสูบ  1198.4cc มีช่วงชักของกระบอกสูบที่ 106×67.9mm มีอัตราการอัดที่ 11.5:1 แรงเร้าใจด้วยแรงม้าที่ 150hp – 110.3kw @ 9250รอบต่อนาที และมีแรงบิดที 124.5 Nm (91.8 lb-ft) @ 7,500 รอบต่อนาที และส่งกำลังผ่านระบบเกียร์แบบ 6 speed พร้อมใช้ระบบคลัทช์แบบ Light action, wet, multiplate clutch with hydraulic control


ในส่วนของความปลอดภัยแกร่งตั้งแต่เฟรม โดย ดูคาติ มัลติสตราด้า 1200 เอส ไพคส์ พีค ใช้เฟรมแบบ Tubular steel Trellis frame มีระบบกันสะเทือนหน้าแบบ 48mm fully adjustable usd forks. และระบบกันสะเทือนหลังแบบ Electronic compression & rebound damping adjustment. เซฟตี้ด้วยระบบเบรคหน้าแบบ 2 x 320mm semi-floating discs, radially mounted Brembo callipers, 4-piston, 2-pad และระบบเบรคหลังแบบ 245mm disc, 2-piston caliper


     Multistrada 1200 granturismo


Ducati Multistrada 1200 S Granturismo บิ๊กไบค์สไตล์สปอร์ตทัวริ่งสัญชาติอิตาลี โดยพกพาความแรงมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาดกระบอกสูบ 1,198 ซีซี 2 สูบ แบบ L-Twin โดยมี 4 วาล์วต่อสูบ วาล์วเป็นระบบ Desmodromic ผสมผสานการทำงานกับ Dual Spark โดยมีการระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดกระบอกสูบ × ช่วงชัก เท่ากับ 106 × 67.9 มม. มีอัตราการอัดอยู่ที่ 11.5 : 1 ส่วนระบบเชื้อเพลิงยังคงไว้วางใจในระบบของ Mitsubishi electronic fuel injection system ส่วนระบบไอเสียเป็นแบบ 2 ท่อทำจากวัสดุอลูมิเนียม มีตัวกรองไอเสียด้วย สร้างกำลังสูงสุดได้ 150 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที 
จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์


Ducati Multistrada 1200 S Granturismo ใช้ระบบเกียร์แบบ 6 สปีด ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบคลัทช์แบบเปียกมัลติเพิล ไลต์แอคชั่นได้อย่างลงตัวและเต็มปรระสิทธิภาพ ส่วนระบบเบรคนั้นเป็นแบบ ABS โดยล้อหน้าทำงานแบบ semi-floating discs และในส่วนขอล้อหลังนั้นทำงานแบบ 245mm disc, 2-piston caliper
Multistrada 1200 S Granturismo เฟรมนั้นได้รับการออกเเบบให้เป็นเเบบ Tubular steel Trellis frame โดยช่วงล่างด้านหน้ายังเป็นแบบ Marzocchi 50mm ซึ่งมาพร้อมกับหน้าปัดแสดงมาตรวัดค่าต่างๆ แบบ LCD พร้อมโคมไฟคู่หน้าและกระบังกันลมแบบเคลือบฟิลม์กันแดด พร้อมระบบเลื่อนแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีที่กันกระแทกตรงแฮนด์บิดที่ติดตั้งไฟเลี้ยวแนวยาวไว้ด้วย ส่วนบอดี้ทำจากวัสดุอย่าคาร์บอนไฟเบอร์และโชว์เครื่องยนต์เพิ่มความดุดัน ส่วนเบาะหนังนั้นเป็นหนังแท้แบบ 2 ชิ้นแยกจากกันและต่างระดับ พร้อมด้วยกล่องใส่สัมภาระถึง 3 ใบ โดยติดตั้งที่สองข้างของตัวถังและอยู่ที่ท้ายรถอีก 1 ใบ


ดูคาติ มัลติสตราด้า 1200 เอส แกรนทัวริสโม่ มาพร้อมระบบกันสะเทือนใหม่ที่ถูกเรียกว่า DUCATI Skyhook Suspension (DSS) เป็นระบบอิเล็คทรอนิคส์ที่ช่วยควบคุมทั้งช็อคอับหน้าและช็อคอับหลัง จะมีกล่องรับสัญญาณจากเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งไว้มากมายหลายจุดด้วยกัน กล่องอัจฉริยะจาก IBM ตัวนี้จะประมวลผลและปรับการทำงานของช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวโดยทำงานควบคู่ไปกับระบบ Ride3by3Wire และระบบ DTC (DUCATI Traction Control)




มัลติสตราด้า 1200 เอส แกรนทัวริสโม่ มีโหมดการขับขี่มีให้เลือกในแบบ Sport, Touring, Urban และโหมด Enduro ระบบ DSS จะทำการประมวลผลระบบกันสะเทือนทั้งช็อคอับหน้าและลหังให้ทำงานกันอย่างเหมาะสม ช็อคอับหน้าแบบเทเลสโคปิคหัวกลับขนาด 48 มม. ช็อคอับหลังเป็นช็อคเดี่ยวปรับด้วยระบบอิเล็คทรอนิคส์ ระบบเบรกเป็นของ BREMBO ด้านหน้าคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ จานเบรกขนาด 320 มม. ด้านหลังเป็นจานเบรกเดี่ยวขนาด 245 มม. คาลิเปอร์เบรก 1 ลูกสูบ เพิ่มความมั่นใจมาให้อีกชั้นด้วยระบบ ABS

               Streetfighter 848

                                  

รูปลักษณ์รอบคันของเจ้า Ducati Streetfighter 848 ถือว่าออกแบบมาได้สวยงามมาก โฉบเฉี่ยว มีสไตล์ เป็นของตัวเอง ไฟหน้าเป็นแบบเดี่ยวที่เห็นแล้วต้องสะดุดตา ไฟท้ายถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งโดยใช้ระบบไฟแบบ LED ที่ส่องสว่างให้ผู้ที่ขับตามหลังเห็นได้อย่างชัดเจนแม้ในยามค่ำคืน


ชุดมาตรวัดแบบดิจิตอลที่สามารถบอกทั้ง ความเร็ว รอบเครื่องยนต์ เชื้อเพลิงที่อยู่ในถัง ตัวเลขบอกระยะทาง อุณหภูมิเครื่องยนต์ และที่ขาดไม่ได้ของรถรุ่นใหม่นี้ก็ต้องเป็นระบบ DTC(Ducati Traction Control)  ที่มีให้เลือกมากถึง 8 ระดับโดยมีปุ่มปรับตั้งค่าที่ด้านซ้ายมือ และกระจกมองข้างก็ออกแบบมาได้ดีเป็นก้านสั้นเลนส์กระจกมีความกว้างพอดีสามารถมองเห็นได้ทุกมุมมอง แฮนด์ด้านบนเป็นแบบแฮนด์บาร์มาพร้อมกับโช๊คหน้า Marzocchi ขนาด 43 มม. สามารถปรับตั้งค่าความแข็ง อ่อน ได้ที่หัวโช๊คบนแผงคอด้านบน และโช้คหลังเป็นแบบ Progressive Linkage With Fully Adjustable Monoshock. Aluminium Single-Sided Swingarm และเบาะนั่งแบบแยกชิ้นระหว่างผู้ขับขี่และคนซ้อน โดยท่อไอเสียเป็นของ Akrapovic(อาคาโปรวิค) ก็ได้ออกแบบมาอย่างมีสไตล์เป็นแบบท่อคู่


ล้อแม็กซ์ทาง Ducati(ดูคาติ) ได้ใช้วัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยขนาด 17 นิ้ว ที่ดีไซน์ได้สวยงามมาพร้อมกับยางหน้าขนาด 120/70ZR17 ส่วนล้อหลังใช้ยางขนาด 180/60ZR17 จากค่าย Pirelli(พิเรลลี่) รุ่น Diabio Corsa ในส่วนของระบบเบรคหน้าใช้คาลิปเปอร์จากค่าย Brembo 4 ลูกสูบ พร้อมจานดิสก์คู่ขนาด 320 มม. และจานดิสก์หลังขนาด 245 มม. ซึ่งใช้คาลิปเปอร์จาก Brembo(แบมโบ้) แบบ 2 ลูกสูบ ซึ่งทั้งเบรคหน้าและหลังทำงานภายใต้ระบบเบรคแบบ ABS


ตัวถังที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง Ducati (ดูคาติ) ใช้เป็นแบบเฟรม Tubular Steel Trellis Frame In ALS 450 ที่ให้ความแข็งแกร่งได้ดีเยี่ยม ส่วนของเครื่องยนต์เป็นแบบ L – Twin Testastretta 11 ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ของทาง Ducati คิดค้นขึ้นมาโดยมีความจุกระบอกสูบ 849 ซีซี และมีขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก = 94x61.2 มม. ซึ่งมีกำลังอัดอยู่ที่ 13.2 : 1 ระบายความร้อนด้วยน้ำ และมีกำลังแรงม้าสูงถึง 132 แร้งม้า ที่ 10,000 รอบต่อนาที และมีแรงบิดถึง 93.5 นิวตันเมตร ที่ 9,500 ต่อนาที ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ 6 Speed ทำงานร่วมกับคลัทซ์แบบ Wet Multiplate With Hydraulic Control



              Superbike 848 evo

                             

สำหรับ Ducati Superbike 848 EVO Corse SE ถือเป็นซูปเปอร์ไบค์ทางเรียบอีกรุ่นที่พกพาความแรงมาเต็มพิกัดพร้อมกับดครงสร้างแบบพิเศษเฉพาะรุ่น แม้จะเป็นรุ่นที่มีเครื่องยนต์เล็กสุดในตระกูลก็ตามและมันยังถูกพัฒนาบนพื้นฐานเครื่องยนต์แบบ Testastretta Engine ซึ่งเป็นลิขสิทธ์เฉพาะของดูคาติ โดยมันมาพร้อมกับขนาดของเครื่องยนต์ 849.4 ซีซี ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบ L-Twin cylinder จำนวน 4 วาล์วต่อสูบ ด้วยเทคโนโลยีแบบ Desmodromic ที่ให้กำลังถึง 140 แรงม้า พร้อมระบายความร้อนด้วยของเหลว ส่วนอัตราการอัดอยู่ที่ 13.2 : 1 โดยมีแรงบิตอยู่ที่ 98 นิวตันเมตรที่ 9,750 รอบต่อนาที มาดูที่ระบบเชื่อเพลิงนั้นใช้แบบ Marelli electronic fuel injection ผสานการทำงานกับระบบไอเสียแบบ Lightweight 2-1-2 system โดยมีท่อไอเสียจำนวน 2 ท่อ พร้อมระบบกรองไอเสีย



ในส่วนของโครงสร้างเฟรมของ Ducati Superbike 848 EVO Corse SE นั้นเป็นแบบ Tubular steel Trellis frame in ALS 450 พร้อมด้วยระบบโชีคอัพแบบ Aluminium single-sided swingarm ส่วนตัวบอดี้ที่ถือเป้นความพิเศษเฉพาะรุ่นนี้ด้วยการทำจากวัสดุอย่าง aluminium tank และสีดำด้านแบบเฉพาะของดูคาติ ส่วนระบบเบรกยังคงเป็นแบบ Brembo Monobloc โดยทำงานร่วมกับดิสก์ทั้งสองล้อ หน้าปัดแสดงผลมาตรวัดค่าต่างๆ นั้นเป็นแบบดิจิตอล พร้อมด้วยเบาะหนังแท้ จำนวน 2 ที่นั่ง แบบแยกชิ้นต่างระดับ ส่วนท่อไอเสียคู่หลังอยู่ด้านหลังทำจากวัสดุอย่าง stainless steel muffler



          Superbike 1199 Panigale


                             

เฉดสีและราคา Ducati 1199 Panigale

สำหรับราคา Ducati 1199 Panigale สปอร์ตไบค์หน้าหล่อล้ำบึ้กคันนี้ เคาะราคากันไว้ที่ 1,398,000 บาทครับ ราคาหลักล้าน แต่ว่าความคุ้มค่าที่คุณจะได้รับเกินล้านแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่สวยงาม จากเฟรมสุดเรียบหรู ที่ใช้วัสดุเกรดดี เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ 1198ซีซีในส่วนของเฉดสี ดูคาติ 1199 พานิกาเล่ อาจจะมีน้อยและมีเพียงแค่สีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ก็ว่าได้ ใครที่ขับขี่บิ๊กไบค์สีแดงส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์นั้นมักจะเป็นดูคาติ สำหรับสปอร์ตไบค์รุ่นนี้ มีสีแดงสีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเฟรมบริเวณไหนก็ครอบคลุมเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ด้วยเฟรมสีแดงสด ทั้งครอบไฟหน้า เฟรมด้านข้าง ช่วงล่างช่วงบนก็สีแดงทั้งหมด ตัวถัง และเฟรมด้านท้าย แถมยังมีการเพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วยสีแดงบริเวณวงล้อ


ด้านการดีไซน์ภายนอกของ Ducati 1199 Panigale เริ่มกันที่ความสะดุดตาของด้านหน้าที่ออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์พิเศษ มีความโค้งมน สวยงาม ไฟหน้าเฉียบคม ส่องสว่างได้ไกลไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน กระจกกันล้มมีความโค้งที่ได้รูป สวยได้องศา ตัวถังมีขนาดใหญ่ออกแบบมาเพื่อการบรรจุเชื้อเพลิงที่มากกว่า มาตราวัดความเร็วก็สวยงามทันสมัยมีฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆบนหน้าจอที่ครบครัน ทั้งไฟสัญญาณต่างๆที่ออกแบบมาได้อย่างครบเซ็ท


เบาะนั่งผู้ขับขี่มีความโค้งมนได้รูปแถมยังซ้อนท้ายได้ด้วยนะครับ โดยเบาะนั่งผู้ซ้อนจะเอียง 45องศา ทำให้เวลานั่งจะโน้มมาทางด้านหน้าได้พอดี และนั่งสบายมากๆ ด้านท้ายเราจะเห็นระบบต่างๆของช่างล่างได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการจัดเรียงที่สวยงามมากๆ ด้านหลังเราจะเห็นได้ว่าไฟท้ายออกแบบมาได้อย่างสวยงาม ใช้ไฟแอลอีดี เวลายามค่ำคืนจะเห็นได้อย่างชัดเจนและสวยงาม ไม่ว่าจะขับขี่ไปทางไหน Ducati 1199 Panigale ก็สะดุดตาและน่าประทับใจมากๆ และนี่แหละครับ คือความหล่อเหล่าของอิตาเลียโน่สองล้อคันนี้ ที่หลายๆคนอยากเป็นเจ้าของกันเหลือกัน



เครื่องยนต์แรงเต็มกำลังระดับซุปเปอร์ด้วยเครื่องยนต์แบบ Superquadro L-Twin, 4 Desmodromically actuated valves per cylinder, liquid cooled เต็มกระบอกสูบขนาดใหญ่ 1198ซีซี พร้อมชักกระบอกสูบให้เต็มที่ด้วยระยะการชักของกระบอกสูบ 112×60.8มม. ซึ่งมีอัตราการอัดที่ร้อนแรงแบบ 12.5:1 เร่งเต็มกำลังแรงม้าได้อย่างยอกเยี่ยมด้วยพละกำลังสูงสุดที่ 143 kW (195 hp) @ 10,750 rpm อีกทั้งยังแรงบิดดีไม่ว่ารอบต่ำหรือรอบสูงด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 132 Nm (98.1 lb-ft) @ 9,000 rpm ทำให้เทคนิคต่างๆทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมบูรณ์แบบเต็มพลังแรงม้าและแรงบิด ด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่ถูกจัดวางมาใน Ducati 1199 Panigale คันนี้



ส่วนระบบเชื้อเพลิง ก็เติมเต็มความเหนือชั้นได้อย่างมหัศจรรย์ พร้อมส่งพลังเชื้อเพลิงได้อย่างเต็มที่ ด้วยระบบเชื้อเพลิงแบบ Electronic fuel injection system. Twin injectors per cylinder. Full ride-by-wire elliptical throttle bodies. อีกทั้งยังมี Exhaust แบบ 2-1-2 system with catalytic converter and 2 lambda probes. Twin stainless steel mufflers with alumimum outer sleevesด้านความปลอดภัยก็มั่นใจได้กับ Ducati 1199 Panigale ปลอดภัยเต็มพาวเวอร์ด้วยเฟรมแบบ Monocoque Aluminium ที่ออกแบบมาให้ป้องกันเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่ ช่วงล่างก็โดดเด่นเต็มที่ด้วย ซัสเพนชั่นหน้าแบบ Öhlins NIX30 43mm with TiN, fully adjustable usd fork. Electronic compression and rebound damping adjustment ที่ออกแบบมาเพื่อการรองรับการสั่นสะเทือนและเพิ่มระดับการทรงตัวของบิ๊กไบค์ โดยใช้ล้อหน้าเป็นตัวช่วยแบบ Marchesini 3-spoke forged light alloy 3.50″ x 17″ พริ้วไหวเกาะติดทุกถนนด้วยยางแบบ 120/70 ZR17 Pirelli Diablo Supercorsa SP



         Superbike 1199 Panigale R

                               

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Superquadro ตัวใหม่ ขนาดเดิม 1,198cc โครงสร้างตัวถังแบบ monocoque ซึ่งตัวรถมีน้ำหนักเบาที่สุดภายในตระกูลซูเปอร์ไบค์  น้ำหนักตัวรถ(Dry weight)รวมแค่ 165kg  …ดูคาติสไตล์ทั้งภายในและภายนอกเพิ่มเติมด้วยส่วนประกอบที่พิเศษที่สุดที่เหนือกว่า 1199 Panigale รุ่นอื่น ๆ  อาทิ ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำสมัยในการปล่อยกำลังของตัวรถเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเเละความแม่นยำ,และมีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักถึง 1.19 แรงม้า/กิโลกรัม 


เริ่มจากภายนอกด้วยรูปลักษณ์ที่ไม่แตกต่างกันกันเลยระหว่าง Panigale R และ 1299 Panigale S แต่จะไปแตกต่างในเรื่องของลวดลายโดยในรุ่น Panigale R ที่ออกแบบมาได้อย่างสวยงามที่มีการคาดลายขาวเสริมความงาม และในส่วนของเรื่องเครื่องยนต์ที่มีความแตกต่างกันอีกเช่นกันโดยในรุ่น Panigale R มีเครื่องยนต์ขนาด 1198 ซีซี L-Twin 2 ลูกสูบ ที่มีขนาดกระบอกสูบ 112 มม. และมีช่วงชักที่ 60.8 มม. กำลังอัดที่ 13.2:1 ส่งให้มีแรงม้าที่ 205 แรงม้า ที่ 11,500 รอบต่อนาที และมีแรงบิดที่ 136.2 นิวตันเมตรที่ 10,250 รอบต่อนาที ถ้าเทียบเรื่องเครื่องยนต์กันแล้วก็คงต้องบอกว่าในรุ่น 1299 Panigale S ได้เปรียบในเครื่องของพละกำลังที่มากกว่าด้วยความจุกระบอกสูบที่มีมากกว่าทำให้รอบเครื่องยนต์ตอบสนองได้ดี